แม้ใครๆ ต่างก็พูดว่าทุกการลงทุนมีความเสี่ยง แต่หลายคนก็ประสบความสำเร็จจากการลงทุนมาไม่น้อย จึงเป็นต้นแบบที่ทำให้หลายคนอยากจะหันมาลงทุนกันมากขึ้น ยิ่งในโลกปัจจุบันที่มีความเปลี่ยนแปลงที่ไม่แน่นอนการปรับตัวและมองหาโอกาสใหม่จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เราอยู่รอดได้ ซึ่งการลงทุน คือ การนำเงินออมหรือสินทรัพย์ที่มีอยู่ไปซื้อสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ เช่น หุ้น พันธบัตร อสังหาริมทรัพย์ หรือทองคำ เพื่อให้เงินก้อนนั้นทำงานและเพิ่มมูลค่าขึ้นงอกเงยในอนาคต โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินเฟ้อ (ชนะเงินเฟ้อ) และช่วยให้บรรลุเป้าหมายทางการเงินในระยะยาว
สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มลงทุน
1. รู้จักตัวเอง
เป็นสิ่งแรกที่อยากให้นักลงทุนรู้ก่อนลงทุน คือการรู้จักตัวเองในฐานะที่เป็นผู้ลงทุน คุณจะต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าเป้าหมายของการลงทุนคืออะไร เช่น มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มผลตอบแทนในเงินต้นโดยมุ่งหวังว่าจะมีเงินใช้อย่างสุขสบายในวัยเกษียณ เป็นต้น
2. มีพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับการลงทุน
ผู้ที่สนใจเริ่มต้นลงทุนต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนเสียก่อน ด้วยการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการลงทุนเพิ่มเติม ซึ่งมีช่องทางที่ช่วยเสริมความรู้ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ งานสัมมนา สื่อออนไลน์ แต่การศึกษาพื้นฐานเกี่ยวกับการลงทุนนั้น จำเป็นต้องเลือกแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ หรือต้องมาจากผู้เชี่ยวชาญอย่างแท้จริง เพื่อให้ทราบในข้อมูลที่ถูกต้อง
3. รู้จักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน
ในการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นทางเลือกการลงทุนใดก็ตาม ผู้ลงทุนต้องเข้าใจเกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐานที่จะส่งผลกระทบต่อการขึ้นลงของราคา ทั้งยังต้องรู้จักการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเหล่านั้น เพื่อที่จะกำหนดกรอบการลงทุนได้อย่างเหมาะสม โดยปัจจัยพื้นฐานที่สามารถนำมาวิเคราะห์ได้ง่าย ๆ สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นลงทุน คือ ภาพรวมเศรษฐกิจในปัจจุบัน และคาดการณ์แนวโน้มในอนาคต
4. รู้จักติดตามและทบทวนแผนการลงทุนเสมอ
เมื่อเราเริ่มลงทุนไปแล้ว ผู้ลงทุนต้องหมั่นทบทวนแผนการลงทุนอยู่เสมอ โดยดูว่าผลตอบแทนเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้หรือยัง และทำการปรับพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้นต่อไป

ลงทุนอะไรดีในปี 2026 นี้ ?
1. ทองคำและตราสารหนี้
ถ้าหากใครมีคำถามว่าลงทุนอะไรดี ขอแนะนำลงทุนกับทองคำอย่างที่เราได้เห็นราคาทางคำที่มีขึ้น-ลงอย่างรวดเร็วในชั่วข้ามคืน ซึ่งการที่ทองคำขึ้นราคานั้นเป็นข้อแสดงว่าเงินเฟ้อกำลังจะกลับมา การถือครองสินทรัพย์ที่ป้องกันเงินเฟ้อ เช่น ทองคำ หรือสินค้าโภคภัณฑ์ จะช่วยกระจายความเสี่ยงได้ดีเยี่ยม กล่าวคือ ถ้าเรายังมีทองคำไว้ในมือ ไม่ว่าราคาจะขึ้น-ลงขนาดไหน เราก็ตัดสินใจได้ หากราคาลงก็ยังไม่ขาย หากขึ้นแล้วอยากจะขายก็สามารถทำได้
2. กองทุนรวม
อีกหนึ่งการลงทุนที่จะช่วยกระจายความเสี่ยง เนื่องจากเป็นการระดมเงินจากนักลงทุนรายย่อยหลายๆ คน มารวมกันเป็นเงินก้อนใหญ่ แล้วนำไปจดทะเบียนเป็นกองทุน ซึ่งมีผู้จัดการกองทุนที่เป็นมืออาชีพ ช่วยบริหารจัดการเงิน และนำไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ตามนโยบายที่ระบุไว้ เช่น หุ้น ตราสารหนี้ อสังหาริมทรัพย์ หรือทองคำ ผลตอบแทนที่ได้จะมาจากเงินปันผลหรือส่วนต่างราคาหน่วยลงทุนที่เพิ่มขึ้น ใครที่ไม่มีเวลาติดตามตลาดหรือยังไม่เชี่ยวชาญด้านการลงทุน แนะนำลงทุนกับกองทุนรวม
3. อสังหาริมทรัพย์
การลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าเป็นอสังหาริมทรัพย์ประเภทไหน เช่น ที่ดิน คอนโด บ้านเดี่ยว และทาวน์โฮม เป็นการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีตัวตนจับต้องได้ มีจุดเด่นเรื่องการป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อได้เป็นอย่างดี เพราะราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในระยะยาว ผลตอบแทนมาจากการปล่อยเช่า และกำไรจากการขายต่อ ทั้งยังเป็นสินทรัพย์ที่สามารถใช้ประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัยได้จริง ซึ่งต่างจากการลงทุนประเภทอื่นที่เป็นเพียงตัวเลขในพอร์ตการลงทุน
4. Bitcoin
Bitcoin ยังคงเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน เนื่องจากเป็นสินทรัพย์จำกัด และมีศักยภาพในการป้องกันเงินเฟ้อ หลายคนมองว่าเป็น “ทองคำดิจิทัล” ที่อาจสร้างผลตอบแทนสูงในระยะยาว นอกจากนี้ เทคโนโลยี Blockchain และการเงินแบบไร้ตัวกลาง (DeFi) ก็ยังคงเป็นเทรนด์สำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลยุคใหม่อีกด้วย
5. เปิดร้านขายของ
จุดเริ่มต้นของธุรกิจขนาดเล็กที่สร้างได้จริง โดยการเปิดร้านขายของเป็นการลงทุนเพื่อสร้างสินทรัพย์ทางธุรกิจ ที่เติบโตได้ในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นร้านสะดวกซื้อ, ร้านขายของเบ็ดเตล็ด, หรือร้านแฟชั่น สามารถสร้างรายได้ต่อเนื่องได้หากบริหารจัดการดี ซึ่งแน่นอนว่าการลงทุนรูปแบบนี้หัวใจสำคัญคือ “พื้นที่ขาย” และ “การจัดวางสินค้า” เพราะประสบการณ์ของลูกค้าหน้าร้านส่งผลโดยตรงต่อยอดขายนั่นเอง
6. หุ้น
หลายคนอาจจะพอได้ยินเรื่องการเล่นหุ้นมาพอสมควร ซึ่งการลงทุนในหุ้นคือการเข้าไปร่วมเป็นเจ้าของกิจการ ผลตอบแทนที่จะได้รับคือ เงินปันผล และส่วนต่างราคา หากมูลค่าบริษัทเติบโตขึ้น หุ้นถือเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงและมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้สูงมากในระยะยาว แต่ก็แลกมาด้วยความผันผวนที่สูงเช่นกัน ราคาหุ้นอาจปรับตัวขึ้นลงได้รวดเร็วตามสภาวะเศรษฐกิจและผลประกอบการบริษัท ผู้ลงทุนจึงจำเป็นต้องมีความรู้ในการวิเคราะห์ธุรกิจและงบการเงิน
ทีนี้ก็รู้แล้วว่าจะลงทุนอะไรดี และหากว่าคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่กำลังมองหาการลงทุนเพื่อเพิ่มการสร้างโอกาสรายได้ใหม่ๆ ให้กับตนเอง แต่ไม่มีเงินสำหรับนำมาลงทุน ปรึกษา Capital Sure ผู้ให้บริการทางด้านสินเชื่อ รับจำนอง ขายฝาก จำนองบ้าน จำนองที่ดิน ขายฝากบ้าน ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ดำเนินตรวจสอบและพิจารณาการอนุมัติรวดเร็ว สามารถรู้ผลได้ทันทีพร้อมรับเงินภายใน 1 วัน ทีมงานประเมินให้วงเงินที่สูง และดอกเบี้ยที่ต่ำเพียง 1.25% ต่อเดือน มั่นใจได้เลยว่าจะรับการบริการที่ถูกกฎหมาย ใครที่กำลังหาเงินก้อนเพื่อไปลงทุนแนะนำ Capital Sure
