อยากเป็นมีบ้านเป็นของตนเองสักหลัง จะว่าเป็นเรื่องง่ายก็ไม่ง่าย เพราะบางครั้งเราอาจไม่มีเงินก้อนอยู่ในมือที่พร้อมสำหรับการซื้อบ้าน ก็คงจะต้องกู้ธนาคารเพื่อซื้อบ้าน ซึ่งบ้านมีราคาสูงและต้องใช้เงินก้อนใหญ่ หากไม่เตรียมตัวให้ดีก่อน ก็อาจสร้างปัญหาให้กับชีวิตในระยะยาวได้ ดังนั้นก่อนตัดสินใจจะซื้อบ้าน ต้องทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อให้การมีบ้านครั้งแรกเป็นเรื่องง่ายและได้เป็นเจ้าของบ้านหลังที่ตรงใจมากที่สุด

1. ความพร้อมในการซื้อบ้าน

สิ่งแรกที่เริ่มจากตัวเราเองคือการตรวจสอบความพร้อมทางด้านการเงินก่อนซื้อบ้าน เพราะบ้านหนึ่งหลังมีราคาเริ่มต้นที่สูงมาก ไม่ใช่ทุกคนที่จะเก็บเงินไว้เพื่อซื้อบ้านเงินสด คนส่วนใหญ่ที่ต้องการซื้อบ้านหลังแรกมักจะเลือกใช้วิธีการขอสินเชื่อกับธนาคาร จากนั้นผ่อนชำระเป็นรายเดือนไปเรื่อย ๆ จนครบตามจำนวน สิ่งแรกที่จะต้องสำรวจและเตรียมตัว คือ ตรวจสอบรายได้ที่หักค่าใช้จ่ายต่อเดือนว่าถ้าเพิ่มค่าบ้านไปด้วยแล้วจะทำให้แต่ละเดือนมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีหรือไม่ ไม่สร้างภาระทางด้านการเงินมากเกินไปจนไม่สามารถผ่อนต่อไหว

2. เลือกบ้านในราคาที่เหมาะสมกับรายได้

แน่นอนว่าเราทุกคนอยากจะได้บ้านที่สวยงาม มีความสะดวก ระบบสาธารณูปโภค พื้นที่ส่วนกลางครบครัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ต้องดูด้วยว่าบ้านหลังนั้นตอบโจทย์การใช้งานจริงและเหมาะสมกับความสามารถทางการเงินของเราหรือไม่ ดังนั้นการเลือกบ้านในราคาที่เหมาะสมกับรายได้ จะช่วยทำให้เรามีสภาพคล่องทางการเงิน ไม่หนักมากจนเกินไป เพราะยิ่งราคาบ้านที่เลือกซื้อมีราคาสูงมากเท่าไหร่ ภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นก็มีมากตามไปด้วย

3. รู้ความสามารถในการกู้และการผ่อน

คุณสามารถตรวจสอบตัวเองว่ามีความพร้อมที่จะกู้และผ่อนชำระไหม รายได้ต่อเดือน 60 เท่า = ราคาบ้านที่กู้ซื้อได้ เช่น รายได้ 30,000 x 60= 1,800,000 เป็นวงเงินโดยประมาณที่สามารถกู้ได้ในกรณีที่ไม่มีภาระหนี้สิน หากว่ามีหนี้สิน ไม่ว่าจะเป็นผ่อนรถ ผ่อนเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือผ่อนโทรศัพท์มือถือ ต้องมั่นใจว่ามีภาระหนี้อยู่ในระดับที่สามารถชำระได้ และมีรายได้คงเหลือเพียงพอต่อการดำรงชีวิต ซึ่งธนาคารจะพิจารณาภาระหนี้และความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ประกอบการอนุมัติสินเชื่อ ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสการพิจารณาขอสินเชื่อกู้บ้านอนุมัติได้ง่ายขึ้น

4. ออมเงินดาวน์

ใครที่มีแพลนว่าจะต้องซื้อบ้านสักหลังไว้เป็นของตนเอง ก็ควรจะมีการเริ่มเก็บออมเงินไว้สักหน่อย เพราะแต่ละธนาคารก็มีเงื่อนไขการกู้เงินซื้อบ้านที่ไม่เหมือนกัน หากกู้ได้สูงสุด 90% อีก 10% ที่เหลือจึงต้องเป็นเงินดาวน์ หรือหากว่าเรากู้แบบไม่มีเงินดาวน์เพราะได้รับวงเงินสินเชื่อครอบคลุมราคาซื้อ เงินออมที่เราเก็บไว้นั้นก็ใช้เป็นเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินได้ ทำให้เราอุ่นใจมากขึ้นนั่นเอง

5. รายการเดินบัญชีดีอยู่เสมอ

ในการขอสินเชื่อกู้ซื้อบ้าน ทางธนาคารจะมีการพิจารณารายการเดินบัญชีย้อนหลังตามเกณฑ์ของแต่ละธนาคาร เพราะฉะนั้นควรดูแลบัญชีธนาคารให้เป็นอย่างดี ควรมีการเดินบัญชีอย่างสม่ำเสมอ หากมีรายได้เสริม หรือใครเป็นฟรีแลนซ์ ทำงานด้านค้าขายที่มีรายรับเข้ารายวัน ก็ควรจะโอนเข้าบัญชีธนาคารอย่างสม่ำเสมอเช่นกัน เพื่อให้ธนาคารเห็นว่าเรามีรายได้ที่มั่นคง และมีความสามารถในการผ่อนชำระรายเดือนได้นั่นเอง

6. เปรียบเทียบข้อเสนอจากหลายธนาคาร

อย่าเพิ่งตัดสินใจยื่นกู้เพียงธนาคารเดียว ควรเปรียบเทียบข้อเสนอจากธนาคาร 2-3 แห่ง แต่ละธนาคารก็จะมีโครงการสินเชื่อบ้าน ที่มอบความคุ้มค่าในการซื้อบ้านแตกต่างกันออกไป และนำข้อเสนอของแต่ละที่มาเปรียบเทียบกันในทุกมิติ ทั้งอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก, ค่าจดจำนอง (บางที่ฟรี), ค่าธรรมเนียมประเมินหลักทรัพย์ และเงื่อนไขการรีไฟแนนซ์ (Refinance) ว่าทำได้เมื่อครบ 3 ปี หรือ 5 ปี สำหรับวิธีเลือกขอสินเชื่อบ้านกับธนาคารที่ตอบโจทย์ให้ดูจากอัตราดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เป็นหลัก เพราะยิ่งอัตราดอกเบี้ยต่ำ ก็จะช่วยให้จำนวนเงินที่คุณชำระคืนแต่ละเดือน ถูกนำไปหักในส่วนเงินต้นได้เยอะ ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถผ่อนชำระคืนหมดได้เร็วขึ้นนั่นเอง

7. รู้เรื่องวงเงินของสินเชื่อที่ธนาคารปล่อย

ราคาบ้านที่เลือก เป็นราคาที่เกิดขึ้นจากการกำหนดของโครงการหรือจากการตกลงกันกับเจ้าของบ้านเดิม ซึ่งราคานี้จะยังไม่ใช่จำนวนเงินที่ธนาคารจะปล่อยสินเชื่อให้กับคุณได้ จำนวนเงินที่ธนาคารจะปล่อยกู้นั้นจะพิจารณาจากราคาประเมินหลักทรัพย์ หลังจากการยื่นเอกสารขอสินเชื่อกับธนาคารแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปประเมินราคาของบ้านอย่างละเอียด โดยดูจากปัจจัยหลายอย่างควบคู่กันรวมถึงความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้และประเมินออกมาเป็นวงเงินสินเชื่อที่เหมาะสมตามเกณฑ์ของธนาคาร ซึ่งหากธนาคารประเมินวงเงินสินเชื่อที่เหมาะสมประกอบกับผู้กู้สามารถชำระหนี้ได้ตามความสามารถ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดหนี้เสีย หรือการปล่อยสินเชื่อที่เกินราคาบ้านไปเป็นจำนวนมากนั่นเอง

การมีบ้านสักหลังไม่ใช่เรื่องที่ฝันไกลเกินไป แม้ว่าเราจะเป็นมนุษย์เงินเดือนก็สามารถซื้อบ้านได้ เพียงแค่เตรียมตัวให้พร้อม พยายามไม่สร้างหนี้ทางอื่นโดยไม่จำเป็น คำนวณรายรับและรายจ่ายต่อเดือน และเลือกซื้อบ้านที่ใช่ ราคาที่เหมาะสม เพื่อให้การอยู่อาศัยนั้นมีความสุข อยู่แล้วสบายใจมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือการมีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน เพราะเหตุฉุกเฉินนั้นเกิดขึ้นได้เสมอ หากคุณต้องการเงินด่วน เงินฉุกเฉิน ปรึกษาเราที่ Capital Sure  ให้บริการทางด้านสินเชื่อ รับจำนอง ขายฝาก จำนองบ้าน จำนองที่ดิน ขายฝากบ้าน ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท เพียงคุณเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ก็สามารถขอสินเชื่อเพื่อเงินฉุกเฉิน หรือเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินได้