ในการขอสินเชื่อไม่ว่าจะกับสถาบันการเงินหรือธนาคารใด มักจะได้ยินคำว่าเครดิตบูโร เป็นหนึ่งกุญแจสำคัญในการประกอบการพิจารณากู้สินเชื่อ ซึ่งเครดิตบูโร (Credit Bureau) เป็นสถาบันจัดเก็บข้อมูลบัญชีสินเชื่อ และประวัติการชำระสินเชื่อจากสถาบัน ธนาคารหรือบริษัทที่เป็นสมาชิก ไม่ว่าคุณทำอะไร ด้วยสินเชื่อไหน เครดิตบูโรก็จะบอกสถานะของคุณไว้อย่างชัดเจน ยิ่งคุณมีสถานะเครดิตบูโรดีมากเท่าไร ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสที่จะได้รับการอนุมัติสินเชื่อมากขึ้นเท่านั้น วันนี้เรามาทำความรู้จักกับเครดิตบูโรกันก่อนดีกว่า

เครดิตบูโร (Credit Bureau) คืออะไร

บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (National Credit Bureau: NCB) คือ บริษัทที่ทำหน้าที่เก็บรวบรวมข้อมูลบัญชีสินเชื่อ รวมทั้งประวัติการชำระหนี้ และข้อมูลสินเชื่อของสถาบันการเงินธนาคารหรือบริษัทที่เป็นสมาชิก อีกทั้งยังสามารถระบุข้อมูลเครดิตบูโรของแต่ละบุคคลว่าเป็นอย่างไร มีประวัติการชำระที่ดีหรือไม่ รวมไปถึงการระบุว่าบุคคลนั้น มีภาระด้านสินเชื่อมากน้อยเพียงใด ซึ่งในการขอสินเชื่อทางผู้ให้สินเชื่อจะต้องมีการตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ เพื่อประกอบการพิจารณาสินเชื่อต่าง ๆ ของทางธนาคาร หรือสถาบันการเงินที่ได้ทำเรื่องไป หากเรามีประวัติเครดิตบูโรที่ดี โอกาสที่จะได้รับการอนุมัติสินเชื่อก็จะสูงตามมานั่นเอง

โดยข้อมูลเครดิตมีความสำคัญในการพิจารณาสินเชื่อ เพราะเป็นข้อมูลที่แสดงให้เห็นถึงวินัยทางการเงิน และความน่าเชื่อถือของเรา หากเรามีประวัติการชำระหนี้ดีและตรงเวลา สถาบันการเงินมักมองว่า เรามีความเสี่ยงต่ำ ทำให้มีโอกาสขอสินเชื่อผ่านง่ายขึ้น อาจจะได้รับวงเงินสูงขึ้น และอาจได้ดอกเบี้ยในอัตราที่ดีกว่า แต่ถ้ามีประวัติค้างชำระหรือผิดนัดบ่อย ข้อมูลเหล่านี้อาจจะถูกใช้เป็นเหตุผลสำคัญในการปฏิเสธสินเชื่อหรือกำหนดเงื่อนไขที่เข้มงวดกว่า นอกจากนี้การมีประวัติข้อมูลเครดิตที่ดียังช่วยให้เข้าถึงโอกาสทางการเงินในอนาคต เช่น สินเชื่อเพื่อซื้อบ้าน ซื้อรถ หรือขอวงเงินฉุกเฉินได้สะดวกขึ้นอีกด้วย

และหลายคนมักจะเข้าใจผิดว่า เครดิตบูโร (Credit Bureau) กับ แบล็กลิสต์ (Blacklist) เป็นเรื่องเดียวกัน แต่ความจริงแล้วทั้งสองอย่างนี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยแบล็กลิสต์ไม่ใช่ระบบของเครดิตบูโร แต่เป็นคำที่ใช้เรียกผู้ที่มีประวัติผิดนัดชำระหนี้ หรือมีหนี้เสีย (NPL – Non-Performing Loan) ซึ่งสถาบันการเงินอาจปฏิเสธการให้สินเชื่อใหม่ได้ ซึ่งผลเสียของการติดแบล็กลิสต์คือทำให้เราสมัครสินเชื่อใหม่ยากขึ้นมาก ๆ แผนการเงินสะดุดและเสียโอกาสสำคัญในชีวิตกันเลยทีเดียว

วิธีแก้แบล็กลิสต์

1. ชำระหนี้ที่ค้างให้ครบเพื่อปรับปรุงประวัติการค้างชำระ

เป็นวิธีการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดที่สุด คือ คุณจะต้องติดต่อสถาบันการเงินเพื่อชำระหนี้ค้างทั้งหมด หรือตกลงชำระเพื่อปิดบัญชี เมื่อชำระเสร็จสิ้น สถานะในเครดิตบูโรจะถูกปรับปรุงเป็น “ปิดบัญชี” (สถานะ 11) แม้ประวัติการเคยค้างชำระจะยังแสดงอยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง แต่การแสดงเจตนาปิดหนี้คือจุดเริ่มต้นสำคัญที่บอกให้สถาบันการเงินรู้ว่าเรามีความรับผิดชอบและต้องการแก้ไขปัญหาติดหนี้ธนาคารแล้วไม่จ่ายอย่างจริงจัง

2. ปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงิน

ถ้าหากเราพิจารณาแล้วว่ายอดหนี้สูงเกินกว่าจะจ่ายคืนได้ในครั้งเดียว การเจรจากับเจ้าหนี้นั้นดีที่สุด เพื่อขอประนอมหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้ เช่น การขอขยายระยะเวลาผ่อนชำระเพื่อลดค่างวด หรือการขอลดดอกเบี้ย การทำเช่นนี้จะช่วยให้กลับมาชำระหนี้ตามเงื่อนไขใหม่ที่เหมาะสม และช่วยแก้ปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ได้

3. สร้างเครดิตใหม่

หลังจากแก้ปัญหาการค้างชำระแล้ว ควรสร้างวินัยใหม่ เริ่มจากการสร้างประวัติการผ่อนชำระที่ดีกับสินเชื่อก้อนเล็ก ๆ หรือบัตรเครดิตแบบใช้เงินฝากค้ำประกัน โดยต้องชำระให้ตรงเวลาและเต็มจำนวนทุกงวด การรักษาวินัยอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 12-24 เดือน จะช่วยให้มีประวัติการชำระหนี้ที่ดีเพิ่มขึ้นและเพิ่มโอกาสการขอสินเชื่อในอนาคตที่ง่ายขึ้น

ติดแบล็กลิสต์ มีประวัติค้างชำระในเครดิตบูโร ยังกู้เงินโดยใช้ที่ดินเป็นหลักประกันได้ไหม 

แม้ว่าคุณจะมีประวัติค้างชำระในเครดิตบูโร หรือติดแบล็คลิสต์ ยังสามารถนำที่ดินมาเป็นหลักประกันเพื่อขอเงินกู้ได้ ถ้าคุณเป็นเจ้าของที่ดินนั้น ซึ่งมีทางเลือกให้เราจำนองดังนี้

1. จำนองที่ดินกับบริษัทเอกชน (Non-Bank)

ข้อดีหลัก ๆ ของการจำนองที่ดินกับบริษัทเอกชนคือไม่มีการเช็กประวัติเครดิตบูโร อนุมัติเร็ว อาจจะภายใน 1–3 วันทำการ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเงินด่วน ยืดหยุ่นในการเจรจา สามารถปรับเงื่อนไขให้เหมาะกับผู้กู้ได้ เอกสารน้อย ขั้นตอนไม่ซับซ้อน แต่ก็มีข้อควรระวังคือต้องเลือกบริษัทที่น่าเชื่อถือ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเอาเปรียบ

2. จำนองหรือขายฝากกับนายทุนอิสระ

ถือว่าเป็นอีกวิธีที่มีความรวดเร็ว แต่ก็อันตรายถ้าเลือกไม่ดี ซึ่งการจำนองคุณยังมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ แต่มีชื่อนายทุนเป็นผู้รับจำนองหลังโฉนด แต่ถ้าเป็นการขายฝาก กรรมสิทธิ์จะโอนเป็นของนายทุนทันที แต่คุณมีสิทธิ์ไถ่ถอนคืนตามระยะเวลาที่กำหนด (การขายฝากนั้นนายทุนบางรายอาจให้วงเงินสูงกว่าการจำนอง) และที่สำคัญนายทุนอิสระบางรายอาจไม่ตรวจสอบการติดแบล็กลิสต์ หรือไม่ตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโร

ถ้าต้องการหาที่รับขายฝาก จำนองที่ดิน ไม่เช็กเครดิตบูโรและน่าเชื่อถือ ต้องที่ บริษัท แคปปิตอล ชัวร์ จำกัด ผู้ให้บริการทางการเงินในระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน ให้บริการ ทางด้านสินเชื่อ รับจำนอง ขายฝาก จำนองบ้าน จำนองที่ดิน ขายฝากบ้าน ขายฝากที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ดำเนินตรวจสอบและพิจารณาการอนุมัติรวดเร็ว สามารถรู้ผลได้ทันทีพร้อมรับเงินภายใน 1 วัน ทีมงานประเมินให้วงเงินที่สูง และดอกเบี้ยที่ต่ำเพียง 1.25% ต่อเดือน ดำเนินการตามกฎหมายต่อเจ้าพนักงาน ณ กรมที่ดินเท่านั้น มั่นใจในความถูกต้องและความปลอดภัยได้