เรามักจะได้ยินคำว่าเครดิตบูโรกันเสมอ เมื่อจะทำเรื่องขอสินเชื่อ โดยสถาบันทางการเงิน หรือผู้ให้บริการทางการเงินจะมีการตรวจเช็กเครดิตบูโรของผู้ขอสินเชื่อก่อนเสมอ เป็นการตรวจสอบประวัติและความเสี่ยงในการชำระคืนสินเชื่อ ว่าคุณมีประวัติการใช้จ่ายเงินดีหรือไม่ เพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อนั่นเอง วันนี้เรามาทำความรู้จักกับเครดิตบูโรกันให้มากขึ้นเลยดีกว่า

เครดิตบูโรคืออะไร

เครดิตบูโร เป็นข้อมูลทางการเงิน ที่เรียกกันว่า บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (National Credit Bureau) คือองค์กรที่มีหน้าที่รวบรวม และจัดเก็บข้อมูลการชำระสินเชื่อของลูกค้าจากสถาบันการเงินต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยข้อมูลเหล่านี้ จะถูกนำมาใช้ในการประเมินความน่าเชื่อถือทางการเงินของบุคคล หรือองค์กร สำหรับรายงานเครดิตบูโรนั้นจะประกอบไปด้วยข้อมูลสำคัญหลายอย่าง คือ ข้อมูลส่วนบุคคล ประวัติการชำระหนี้ บัญชีสินเชื่อทั้งหมดที่คุณมี โดยทั้งหมดจะนำมาคิดเป็นคะแนนเครดิต ซึ่งจะเป็นเกรดทางการเงิน ยิ่งมีคะแนนสูง ก็จะยิ่งมีโอกาสได้รับการอนุมัติมากขึ้นนั่นเอง

ข้อมูลเครดิตบูโรนั้นมีความสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นการแสดงประวัติการชำระหนี้ที่สะท้อนวินัยทางการเงิน และความน่าเชื่อถือของเรา หากมีประวัติชำระหนี้ดีและตรงเวลา สถาบันการเงินมักมองว่า เรามีความเสี่ยงต่ำ ทำให้มีโอกาสขอสินเชื่อผ่านง่ายขึ้น ได้วงเงินสูงขึ้น และอาจได้ดอกเบี้ยในอัตราที่ดีกว่า และหากมีประวัติค้างชำระ หรือผิดนัดบ่อย ๆ ก็เป็นเหตุผลสำคัญในการปฏิเสธสินเชื่อหรือกำหนดเงื่อนไขที่เข้มงวดกว่านั่นเอง

ทำไมต้องเช็กเครดิตบูโร

1. ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล

การเช็กเครดิตบูโรจะช่วยให้คุณสามารถตรวจสอบ และแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้องได้ทันท่วงที ซึ่งในบางครั้งก็อาจมีข้อผิดพลาดในการบันทึกข้อมูลได้

2. มองเห็นสถานะทางการเงินของตนเอง

การเช็กเครดิตบูโร จะทำให้คุณทราบสถานะทางการเงิน ภาพรวมของภาระหนี้สิน และพฤติกรรมการชำระหนี้ของตัวเอง ทำให้สามารถวางแผนการเงินในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น

3. เตรียมตัวสำหรับการขอสินเชื่อ

ใครที่กำลังจะซื้อบ้าน ซื้อรถ หรือขอสินเชื่อต่าง ๆ การรู้คะแนนเครดิตของตัวเองล่วงหน้าจะช่วยให้สามารถเตรียมตัว และปรับปรุงคะแนนเครดิตให้ดีขึ้นก่อนยื่นขอสินเชื่อได้

4. ป้องกันการถูกฉ้อโกง

เมื่อเราตรวจสอบเครดิตบูโรของตนเองเป็นประจำ จะช่วยให้สามารถตรวจพบธุรกรรมที่ผิดปกติ หรือการใช้ข้อมูลส่วนตัวในทางที่ผิดได้อย่างรวดเร็ว

5. เพิ่มโอกาสการขอสินเชื่อ

การที่เราทราบคะแนนเครดิตของตนเอง และปรับปรุงให้ได้เกรดที่ดีขึ้น จะทำให้มีโอกาสในการยื่นขอสินเชื่อกับสถาบันทางการเงินได้มากขึ้น อีกทั้งยังอาจได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่าด้วย

วิธีเช็กเครดิตบูโร

1. เช็กเครดิตบูโรผ่านแอปทางรัฐ

แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ได้ถูกพัฒนาโดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) เป็นบริการที่เกิดจากความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ที่รวบรวมบริการของภาครัฐที่สำคัญมาไว้อยู่ในแอปพลิเคชันเดียว ซึ่งแน่นอนว่าคุณสามารถตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโรได้ฟรี เพียงแค่ใช้บริการตรวจสอบเครดิตบูโรผ่านเมนู ตรวจสอบเครดิตบูโร เพียงเท่านี้ก็จะมีข้อมูลเครดิตบูโรของเราแล้ว

2. เช็กผ่าน Mobile Banking

หลายธนาคารมีบริการตรวจเช็คเครดิตบูโร ซึ่งอาจจะมีค่าใช้จ่ายแต่ก็ไม่มาก โดยจะจัดส่งรายงานให้ทาง email ภายในเวลา 10-15 นาทีเท่านั้น เพียงเข้าสู่แอปธนาคารที่คุณใช้งาน > เลือกเมนูตรวจเครดิตบูโร > ทำตามขั้นตอนบนหน้าจอและยืนยันอีเมล > ชำระค่าธรรมเนียม (ถ้ามี)

3. เช็กที่ธนาคาร

เป็นวิธีที่จะต้องเดินทางไปธนาคารด้วยตนเอง ซึ่งคุณก็จะได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ธนาคารโดยตรง โดยจะต้องนำเอกสารส่วนตัว เช่น บัตรประจำตัวประชาชนและเอกสารอื่น ๆ เมื่อคุณกรอกแบบฟอร์มเพื่อขอรายงานข้อมูลเครดิตเรียบร้อยแล้ว สามารถรอรับรายงานได้เลย

4. เช็กเครดิตบูโรที่ไปรษณีย์

เป็นวิธีเช็กที่ใช้เวลาน่าจะนานที่สุด โดยคุณจะต้องเตรียมนำบัตรประชาชน หรือเอกสารแสดงตัวตนอื่น ๆ ไปยังไปรษณีย์ กรอกแบบฟอร์มขอเช็กเครดิตบูโร โดยระบุข้อมูลส่วนตัวให้ครบถ้วนชำระค่าธรรมเนียมการตรวจสอบตามที่กำหนด รอรับรายงานเครดิตบูโร ซึ่งอาจจะใช้เวลา 7 วันทำการ

ถ้าติดเครดิตบูโรต้องทำอย่างไร

การติดเครดิตบูโร นั้นจะเกิดขึ้นเฉพาะคนที่มีประวัติชำระหนี้ไม่ดี เช่น ชำระหนี้ล่าช้าบ่อยครั้ง ค้างชำระเกิน 90 วัน หรือกลายเป็นหนี้เสีย (NPL) ซึ่งจะมีผลต่อการพิจารณาสินเชื่อในอนาคต และถ้าหากคุณติดเครดิตบูโรก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะเราสามารถแก้ไขได้ ดังนี้

1. เช็กสถานะเครดิตบูโร

อย่างแรกที่คุณควรจะต้องทำคือตรวจสอบสถานะเครดิตบูโรของตนเองก่อนว่ามีสถานะหนี้ที่ต้องชำระอยู่อีกกี่รายการ และมีประวัติการชำระค้างที่ยังไม่ได้จ่ายไหม เพื่อที่จะได้ทราบถึงรายการหนี้ที่จำเป็นต้องจัดการ และจะได้เข้าสู่กระบวนการวางแผนชำระหนี้ในขั้นตอนถัดไปได้

2. วางแผนการชำระหนี้

พอเรารู้ว่ามีรายการหนี้ค้างชำระยอดไหน จำนวนเท่าไหร่ มีเงินต้นและดอกเบี้ยที่จะต้องชำระในแต่ละเดือนเท่าไร่ และให้เริ่มวางแผนการชำระหนี้ให้เหมาะสม โดยเน้นปิดหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงก่อน จะช่วยให้ภาระดอกเบี้ยที่ต้องชำระลดลง และยังช่วยให้คุณสามารถจัดแจงภาระและฟื้นฟูประวัติเครดิตบูโรให้ค่อย ๆ ดีขึ้นได้

3. รวมหนี้เป็นก้อนเดียว

เมื่อเราเช็กเครดิตบูโรแล้วพบว่ามีหนี้กระจายออกเป็นหลายก้อน แนะนำให้ใช้วิธีการรวมหนี้ หรือรวบหนี้เป็นก้อนเดียว โดยรวมหนี้จากหลาย ๆ ที่ให้เหลือผ่อนเป็นที่เดียว ซึ่งจะช่วยให้จ่ายดอกเบี้ยถูกลง ค่างวดที่ต้องจ่ายต่อเดือนก็เบา ช่วยให้เราพอจะมีสภาพคล่องที่ดีขึ้นได้กว่าเดิม

4. สร้างประวัติเครดิตใหม่

เมื่อคุณเริ่มเคลียร์ทุกอย่าง ก็จะต้องสร้างประวัติเครดิตใหม่ ด้วยการชำระหนี้ให้ตรงเวลา บริหารจัดการเงินในระยะยาว วางแผนการใช้จ่ายเงิน การสร้างประวัติเครดิตใหม่อาจใช้เวลาถึง 1 – 2 ปีกว่าจะเห็นผลชัดเจน

หากคุณต้องการใช้เงินด่วน เงินก้อน แต่กังวลว่าจะติดแบล็กลิสต์ หรือเครดิตบูโร มาปรึกษา Capital Sure ให้บริการและให้คำปรึกษาทางด้านสินเชื่อ อสังหาริมทรัพย์ รวมถึงการรับจำนอง ขายฝากอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทกับบุคคลทั่วไปอย่างเป็นธรรม อนุมัติวงเงินรวดเร็ว ให้วงเงินอนุมัติสูง ดอกเบี้ยต่ำ และที่สำคัญไม่ตรวจแบล็กลิสต์ ไม่ต้องใช้คนค้ำประกัน นึกถึงเงินด่วน นึกถึง  Capital Sure