ในปัจจุบันเรามักจะได้ยินผู้คนบ่นเสมอว่าค่าครองชีพสวนทางกับรายได้ จนทำให้หลายคนต้องดิ้นรนหาเงินเพิ่มเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จนอาจจะต้องกู้หนี้ยืมสิน และหนักที่สุดก็ต้องไปกู้นอกระบบที่ดอกเบี้ยแพงหูฉี่ จนทำให้การเงินขาดสภาพคล่อง ต้องกู้มาเพื่อจ่ายหนี้ไปเรื่อย ๆ ไม่จบสักที วันนี้เราจะชวนมาดูวิธีการลดค่าครองชีพ แบบไม่ต้องทรมานตัวเอง เผื่อว่าใครที่กำลังประสบปัญหา หรืออยากจะเริ่มลดค่าครองชีพ เพิ่มเงินออมก็สามารถเอาวิธีเหล่านี้ไปใช้กันได้

ทำความรู้จัก ค่าครองชีพคืออะไร?

ก่อนที่เราจะไปรู้จักวิธีการลดค่าครองชีพ เราต้องรู้ก่อนว่า ค่าครองชีพ เป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เราต้องใช้จ่ายอย่างสม่ำเสมอในชีวิตประจำวัน เพื่อการดำรงชีพขั้นพื้นฐานให้เป็นปกติ โดยครอบคลุมค่าใช้จ่ายจำเป็นหลายประเภท เช่น ค่าอาหาร ค่าที่อยู่อาศัย ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในครัวเรือน การคำนวณค่าครองชีพจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนถึงกำลังซื้อของเงินในพื้นที่หรือช่วงเวลาหนึ่ง โดยค่าครองชีพที่สูงขึ้นก็เท่ากับเราจะต้องใช้จ่ายในจำนวนเงินที่มากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับอดีต หรือเปรียบเทียบกับพื้นที่ที่มีค่าครองชีพต่ำกว่า

ปัจจัยที่ทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น

1. ราคาน้ำมันและพลังงาน

ในช่วงที่ผ่านมาเราจะเห็นราคาน้ำมันพุ่งขึ้นสูงเพียงชั่วข้ามคืน ซึ่งราคาพลังงานเป็นต้นทุนการผลิตและการขนส่งที่ส่งผลกระทบทั้งระบบ ดังนั้นเมื่อต้นทุนเชื้อเพลิงสูงขึ้น ทั้งภาครัฐและเอกชนก็จำเป็นต้องผลักภาระนี้ไปยังผู้บริโภค ทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้น และทำให้ค่าครองชีพเพิ่มขึ้นตามมา

2. ภาวะเงินเฟ้อ

เป็นภาวะที่ระดับราคาสินค้าและบริการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ค่าของเงินลดลง นั่นคือ เงินจำนวนเท่าเดิม แต่ซื้อของได้น้อยลง จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ ค่าครองชีพโดยรวมสูงขึ้นนั่นเอง

3. การขาดแคลนสินค้าอุปโภคและบริโภค

การขาดแคลนสินค้าอุปโภคและบริโภค คือภาวะที่สินค้าหรือบริการที่จำเป็นในการดำรงชีวิตขาดแคลน ผลิตหรือจัดหามาไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค มักจะเกิดในช่วงภัยพิบัติ หรือภาวะวิกฤติต่าง ๆ จึงทำให้มีการแย่งสินค้า และราคาของสินค้าชนิดนั้นสูงขึ้น

4. นโยบายภาครัฐและการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ

ตามที่คณะกรรมการค่าจ้างได้ประกาศอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ 14) ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 โดยมีการปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 400 บาท ในบางพื้นที่และบางกลุ่มอาชีพ เมื่อมีการกำหนดอัตราค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าจะช่วยเพิ่มรายได้ให้คนทำงาน แต่ในอีกด้านก็อาจจะเป็นการกดดันให้ผู้ประกอบการต้องปรับราคาสินค้าและบริการให้สูงขึ้นตามต้นทุนแรงงานที่เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อระดับค่าครองชีพโดยรวมที่สูงขึ้นได้

5. อัตราดอกเบี้ยและหนี้ครัวเรือน

เมื่ออัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนการผ่อนชำระหนี้สินก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้หลายคนรู้สึกว่าเงินไม่พอใช้ในชีวิตประจำวัน หรือบางช่วงอาจต้องพึ่งเงินฉุกเฉิน เพื่อให้ผ่านพ้นไปในแต่ละเดือนได้ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชน

วิธีลดค่าครองชีพด้วยตนเองแบบไม่ต้องทรมาน

1. แยกสิ่งที่จำเป็นกับสิ่งที่อยากได้

ในแต่ละวันนั้นเรามักอยากจะได้สิ่งของอยู่มากมาย เวลาไปห้างอันนี้ก็อยากได้ อันนั้นก็อยากได้ ซึ่งถ้าเราไม่ควบคุมก็อาจจะเสียเงินไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็น ดังนั้นเมื่อเราจะซื้ออะไรลองแยกก่อนว่าสิ่งนั้นจำเป็นหรือไม่ เช่น ค่าอาหาร ค่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ และแยกออกจากสิ่งที่อยากได้ เช่น กระเป๋า รองเท้า ซึ่งเรามีอยู่แล้ว ซื้อมาก็อาจไม่ได้ใช้งานมากนัก

2. ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย

การทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายนั้นเป็นสิ่งที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก เมื่อเราโตขึ้น อยากจะควบคุมการใช้จ่ายเงินก็สามารถนำกลับมาทำได้ โดยการจดบันทึกรายรับและรายจ่ายทั้งหมดอย่างละเอียด จะช่วยให้มองเห็นภาพรวมว่าเงินในแต่ละเดือนถูกใช้ไปกับส่วนใดบ้าง ทำให้วิเคราะห์และแยกแยะระหว่างค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและสิ่งที่ไม่จำเป็นได้อย่างชัดเจน ดังนั้นเราจึงสามารถตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปได้

3. กำหนดงบประมาณรายวัน

เมื่อเราทราบรายจ่ายแล้ว เราจะรู้ว่าในแต่ละเดือนจะต้องซื้ออะไรที่จำเป็นในจำนวนเท่าไหร่ แล้วเราก็แบ่งเงินออกเป็นสัดส่วน และให้แยกเงินสำหรับการใช้จ่ายในแต่ละวัน ซึ่งจะช่วยจำกัดกรอบการใช้เงินไม่ให้บานปลาย โดยกำหนดงบสำหรับค่าอาหาร ค่าเดินทาง และพยายามไม่ใช้เกินงบที่ตั้งไว้ และถ้าวันไหนเงินเหลือก็นำไปเก็บออมได้

4. ทำอาหารทานเอง

การเลือกทานอาหารนอกบ้าน หรือสั่งเดลิเวอรีนั้นมีราคาและต้นทุนที่สูง ซึ่งการซื้อวัตถุดิบจากตลาดมาทำอาหารทานเองที่บ้านจะทำให้เราประหยัดได้มากกว่า แถมยังได้คุณภาพ ความสะอาด และปริมาณของอาหารที่เพิ่มขึ้นด้วย

5. ประหยัดการใช้พลังงาน

ค่าสาธารณูปโภคเป็นสิ่งที่เราสามารถลดได้ เพียงแค่ขอความร่วมมือจากคนในบ้าน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็ก ๆ เช่น การถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อไม่ได้ใช้งาน เปิดแอร์ในอุณหภูมิที่เหมาะสม ตั้งเวลาปิดแอร์ ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงาน เปิดไฟเฉพาะดวงที่ใช้งาน สิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้ก็จะช่วยลดค่าใช้จ่าย ค่าน้ำ ค่าไฟ ได้อย่างชัดเจน

6. ออมเงินไว้เผื่อฉุกเฉิน

เมื่อเราจัดการกับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้แล้ว เราก็จะมีเงินเหลือใช้ หรือบางครั้งหลายคนก็แนะนำให้เก็บก่อนใช้ เงินเดือนเข้าปุ๊บ หักเก็บก่อนเลย ลองดูว่าถ้า 10% ของเงินเดือนเราจะไหวมั้ย เมื่อหักกับค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ถ้าหนักไปก็สามารถปรับลดได้ตามกำลังที่ไม่ทรมานตนเองจนเกินไป ถ้าเก็บเดือนละ 1,000 บาท 10 เดือน เราก็มีเงินเก็บ 10,000 บาทแล้ว 

เป็นอย่างไรกันบ้างกับวิธีการลดค่าครองชีพ ที่สามารถทำได้แบบไม่ต้องทรมานตัวเองมาก ยังสามารถใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นได้ ใครที่อยากจะลองลดค่าครองชีพก็ลองทำวิธีเหล่านี้ดูได้ แต่ถ้าคุณต้องการเงินทุนสำรองฉุกเฉิน ต้องที่ Capital Sure ที่ให้บริการทางการเงินอย่างถูกกฎหมาย ให้บริการทางด้านสินเชื่อ รับจำนอง ขายฝาก บ้าน อสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท อนุมัติไว ได้ดอกเบี้ยต่ำ เผื่อใครมีเรื่องฉุกเฉิน แต่ยังไม่มีเงินสำรองก็ลองปรึกษาได้