เรื่องเหตุฉุกเฉินนั้นสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีสัญญาณเตือน และบางเหตุฉุกเฉินนั้นอาจจะตามมาด้วยการใช้เงินก้อน ซึ่งหากว่าเราไม่มีการเก็บออมเงินเป็นประจำก็คงจะไม่มีเงินสำรองให้ใช้จ่าย ดังนั้นการขอสินเชื่อจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่หลายคนสนใจ โดยเฉพาะคนที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์บ้านและที่ดิน สามารถนำทรัพย์สินไปค้ำประกันเพื่อได้รับเงินมาใช้จ่าย อย่างการขายฝากบ้าน และการจำนองบ้านกับธนาคาร ซึ่งวันนี้เราจะชวนมาดูความแตกต่างของทั้งแบบกันว่าแบบไหนคุ้มกว่ากัน หรือแบบไหนเหมาะกับคุณมากที่สุด

ขายฝากบ้าน

การขายฝากบ้านกับธนาคาร เป็นหนึ่งในแนวทางการเข้าถึงแหล่งเงินทุนการกู้ยืมที่มีกฎหมายรองรับ โดยจะเป็นการทำสัญญาซื้อขาย ที่นำทรัพย์สินที่อยู่ในกรรมสิทธิ์มาขายฝาก ผู้ขายสามารถไถ่ถอนทรัพย์สินนั้นได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดและวงเงินตามที่ระบุในสัญญา แต่ผู้ขายฝากจะต้องโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ตนเองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้รับซื้อฝาก โดยผู้รับซื้อฝากตกลงว่าจะจ่ายเงินตามมูลค่าของทรัพย์สินที่ตกลงกันให้แก่ผู้ขายฝาก ซึ่งมีข้อตกลงกันว่าผู้ขายฝากสามารถไถ่ทรัพย์สินนั้นคืนได้นั่นเอง

การขายฝากเหมาะกับผู้ที่ต้องการ เงินก้อนด่วนเพื่อเสริมสภาพคล่อง รวมหนี้ หรือปิดหนี้สินที่ดอกเบี้ยสูง โดยใช้โฉนดอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกัน เป็นทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ผ่านเกณฑ์สถาบันการเงิน ไม่ต้องเช็กประวัติทางการเงิน (เครดิตบูโร) แต่ต้องมั่นใจว่ามีความสามารถหาเงินมาไถ่ถอนคืนภายในกำหนดเวลาเพื่อไม่ให้เสียกรรมสิทธิ์ ซึ่งจะเหมาะกับกลุ่มฟรีแลนซ์ เจ้าของกิจการขนาดเล็ก หรือผู้มีอาชีพอิสระที่ธนาคารปฏิเสธการปล่อยสินเชื่อ เนื่องจากผู้รับซื้อฝากมักพิจารณาจากมูลค่าและทำเลที่ตั้งของทรัพย์เป็นหลักนั่นเอง

การจำนองบ้าน

การจำนองบ้านกับธนาคาร จะเป็นการนำโฉนดของอสังหาริมทรัพย์ไปเป็นหลักประกันในการชำระหนี้กับสถาบันการเงินหรือบุคคลอื่น โดยที่กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นยังคงเป็นของเราอย่างสมบูรณ์ เราจึงยังสามารถอยู่อาศัย ใช้ประโยชน์ หรือปล่อยเช่าได้ตามปกติ เพียงแต่ต้องไปจดทะเบียนสัญญาจำนอง ณ สำนักงานที่ดิน หากผิดนัดชำระหนี้ ผู้รับจำนองมีสิทธิ์ฟ้องร้องเพื่อบังคับให้ขายทอดตลาดทรัพย์สินนั้นและนำเงินมาชำระหนี้ต่อไป

การจำนองบ้านนั้นจะเหมาะกับผู้ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ต้องการเงินก้อนแต่ก็ยังอยากจะใช้ประโยชน์ในพื้นที่นั้น โดยไม่ต้องการโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้อื่นทันทีเหมือนการขายฝาก วิธีนี้ตอบโจทย์ผู้ที่มีวินัยการเงินและต้องการเสริมสภาพคล่อง เหมาะสำหรับการจำนองกับธนาคาร แม้ว่ายังผ่อนบ้านอยู่ก็สามารถจำนองได้ โดยเลือกวิธีรีไฟแนนซ์บ้าน พร้อมขอวงเงินกู้เพิ่ม (Top-up) หากได้รับการอนุมัติอาจได้รับวงเงินกู้เพื่อที่สามารถนำมาเป็นทุนหรือใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หรือการรีไฟแนนซ์อาจช่วยลดภาระค่างวดลงเพราะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่าเดิม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละสถาบันการเงิน

ข้อแตกต่างระหว่างการขายฝากบ้าน และการจำนองบ้าน

1. การส่งมอบทรัพย์สิน

สำหรับการขายฝากบ้าน ผู้ขายฝากจะต้องส่งมอบทรัพย์สินและกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินให้ผู้รับซื้อฝาก ส่วนการจำนองบ้านนั้นไม่ต้องส่งมอบทรัพย์สินและกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินให้ผู้รับจำนอง ผู้จำนองจึงยังมีสิทธิ์ใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินต่อไป ไม่ว่าบ้าน คอนโด ที่ดิน ฯลฯ

2. ระยะเวลาของการชำระคืน

กรณีการขายฝากบ้าน กฎหมายกำหนดเวลาการไถ่ทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์คืนได้ไม่เกิน 10 ปี และประเภทสังหาริมทรัพย์ ไม่เกิน 3 ปี หากมีการผิดนัดชำระ ไม่มาไถ่คืน ผู้ขายฝากก็จะหมดสิทธิ์ไถ่ทรัพย์สินคืนต่อไป โดยไม่ต้องชำระเงินเพิ่ม ส่วนการจำนองบ้านนั้นกฎหมายไม่ได้กำหนดระยะเวลาสูงสุดของการจำนองไว้ การจำนองจะสิ้นสุดลง เมื่อหนี้ที่มีการจำนองเป็นประกันสิ้นสุดลง

3. อัตราดอกเบี้ย

อัตราดอกเบี้ยขายฝากบ้านตามกฎหมายสูงสุดต้อง ไม่เกิน 15% ต่อปี (หรือคิดเป็น 1.25% ต่อเดือน) และอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกเริ่มต้นประมาณ 3.99% – 4.81% ต่อปี (ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่ขอสินเชื่อ ประเภทสินเชื่อ และโปรโมชันธนาคาร)

4. วงเงินที่จะได้รับ

สำหรับวงเงินที่จะได้รับนั้น การขายฝากกับผู้ให้บริการรับซื้อฝากบางรายอาจได้วงเงินประมาณ 40-70% ของราคาประเมิน ขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้ให้บริการและการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน ส่วนการจำนองวงเงินที่ได้รับจะขึ้นอยู่กับมูลค่าหลักประกัน รวมถึงเกณฑ์การพิจารณาของผู้รับจำนองหรือสถานบันการเงิน

5. ค่าธรรมเนียมค่าบริการ

การขายฝากจะมีค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนขายฝาก ในอัตรา 2% ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขายแล้วแต่ว่าราคาใดจะสูงกว่า ส่วนค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนจำนอง ในอัตรา 1% จากวงเงินจำนอง สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท ทั้งนี้

ถ้าถามว่าการขายฝากบ้านกับการจำนองบ้านกับธนาคารอันไหนคุ้มกว่านั้นก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ที่ต้องการใช้เงินทุน ซึ่งถ้าเรามั่นใจว่ามีความสามารถในการชำระหนี้ ต้องการรักษากรรมสิทธิ์ไว้ และต้องการแหล่งเงินทุนระยะยาวที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำการจำนองคือคำตอบที่ดีกว่า แต่หากเราต้องการเงินสดอย่างเร่งด่วนในระยะสั้นและยอมรับความเสี่ยงที่สูงกว่าในการสูญเสียกรรมสิทธิ์หากไม่สามารถไถ่ถอนได้ทันตามกำหนด การขายฝากอาจเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์กว่า

Capital sure ผู้ให้บริการทางการเงินในระบบที่ไม่ใช่สถาบันการเงินที่ถูกกฎหมาย ให้บริการและให้คำปรึกษาทางด้านสินเชื่อ อสังหาริมทรัพย์ รวมถึงการรับจำนอง ขายฝากอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ที่เปิดบริการมาแล้วกว่า 8 ปี ดำเนินตรวจสอบและพิจารณาการอนุมัติรวดเร็ว สามารถรู้ผลได้ทันทีพร้อมรับเงินภายใน 1 วัน ให้วงเงินสูง และอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำเพียง 1.25% ต่อเดือน และดำเนินการต่อเจ้าพนักงาน ณ กรมที่ดิน ซึ่งคุณมั่นใจได้เลยว่า แม้จะไม่ใช่สถาบันทางการเงินก็มั่นใจในความปลอดภัย และความถูกต้องตามกฎหมายอย่างแน่นอน